Home | News Update | Profile | Our Product | Gallery | Download | Jobs | Contact Us
PROFILE
   
 


บทกวีที่นำมานี้ เกิดขึ้นเมื่อคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ศิลปินแห่งชาติ

 
ได้สัญจรผ่านด้านหน้าโรงงานแห่งหนึ่งบนถนนสายปทุมธานี-อ่างทองเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว

ที่หน้าทางเข้าโรงงาน มีกองดินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด ที่ทำให้กวีรัตนโกสินทร์ ท่านนี้เกิดความประทับใจ จนต้องหยุดรถ เพื่อไต่ขึ้นไปบนกองดิน นั่งลงและเขียนกาพยานี 4 บท

เมื่อเขียนจบ ท่านก็ได้มอบกระดาษแผ่นที่เขียนเสร็จหมาดๆ ด้วยลายมือสวยงามนั้นให้แก่ ผู้จัดการโรงงานไว้ แล้วจากไปเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผู้ที่ได้รับมอบแม้จะทราบว่าสิ่งที่เธอได้รับนั้นมีค่าเพียงใด แต่เธอก็มิได้นำสิ่งนั้นไปใช้ประโยชน์ ทางการค้าใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากเก็บไว้ในความทรงจำด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่งมาจนถึง ทุกวันนี้
 

เริ่มต้นที่ อิฐบางปลากด

 
ในอดีต ประเทศไทยมีการผลิตอิฐก่อสร้างมานานแล้วเป็นเวลาหลายร้อยปี แต่ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวในแถบชนบท ขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างตามความนิยมของท้องถิ่น เพิ่งจะได้มีการตั้งโรงงานใช้เครื่องจักรทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันเพื่อให้ได้ปริมาณที่มากขึ้นเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง พุทธศักราช 2502 เมื่อโรงงานผลิตอิฐแห่งหนึ่งได้ถูกสร้างขึ้นบนที่เช่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โดยคุณอยุทธ์ หรือ เตียงติ เจ้าของและผู้ก่อตั้งโรงงานด้วยเงินจำนวน สี่หมื่นบาท และใช้ชื่อว่า “โรงงานอิฐบางปลากด” ตามชื่อตำบลที่ก่อตั้ง ด้วยเห็นว่าที่แห่งนี้ แหล่งดินคุณภาพดีเหมาะแก่การทำอิฐและกระเบื้องดินเผา และอยู่ใกล้แม่น้ำซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือได้เป็นอย่างดี

แต่เดิมโรงงานแห่งนี้มีขนาดเล็กและเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว โดยใช้ดินที่มีอยู่ในพื้นที่ผสานกับวัตถุดิบ ได้แก่ ดินเหนียว ทราย แกลบ น้ำ และเชื้อเพลิงเช่นฟืน ใช้กรรมวิธีการผลิตแบบท้องถิ่น คือการนำดินเหนียวมาหมักและนวดผสมจนได้ที่ แล้วเอามาปั้นหรือพิมพ์ให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ เสร็จแล้วนำไปผึ่งลมหรือแดดให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วจึงนำไปเผาในเตาเผาจนอิฐสุก จากนั้นจึงเปิดเตาทิ้งไว้เพื่อให้อิฐค่อยๆเย็นลง แล้วจึงนำออกมาจัดเรียงและส่งไปขายตามที่ต่างๆ ต่อไป การขนส่งในเวลานั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นการขนส่งทางน้ำ ล่องมาเรื่อยๆ ตามทาง ขายให้แก่วัดหรือบ้านที่อยู่ริมทางผ่าน

ในเวลานั้น คำว่า “การตลาด” ยังไม่มีใครรู้จัก แต่ก็ได้เกิดกลยุทธในการค้าขายขึ้นมาบ้างแล้ว โดยการโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตนผ่านทางรายการวิทยุ หรือ”ลิเก”ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นที่ได้ผลเนื่องจากรายการวิทยุ หรือลิเกนั้นเป็นเพียงความบันเทิงไม่กี่อย่างที่ผู้ฟังเสพย์ได้ทุกๆวัน จึงมีผู้ติดตามอย่างเหนียวแน่น พลอยทำให้การโฆษณาเป็นที่รู้จักไปด้วย

โรงงานอิฐบางปลากดก็ได้ใช้กลยุทธการโฆษณาผ่านสื่อเหล่านี้ สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ยิ่งประกอบกับคุณภาพของวัสดุที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครแล้วยิ่งทำให้เป็นที่ต้องการมากขึ้นเอกลักษณ์ของอิฐบางปลากดคือความแกร่ง ที่เกิดจากเนื้อดินเหนียวที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ มีความทนทาน และสีสวยงามเป็นที่ถูกใจของผู้ใช้ ซึ่งได้แก่พระและชาวบ้านที่เป็นลูกค้ากลุ่มแรกๆ ของโรงงานนั่นเอง

และด้วยคุณภาพที่เป็นที่ไว้วางใจ จึงเกิดการบอกเล่าต่อกันทำให้สินค้าของโรงงานเป็นที่พอใจและต้องการของผู้ซื้อจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และมีการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้นตลอดมา ครั้งหนึ่ง จากข้อสังเกตของผู้บริหาร เกี่ยวกับความแกร่งของวัสดุที่ผลิตเวลานั้นว่า ผู้ที่ได้ชื่อว่าผลิตอิฐและดินเผาที่มีความแกร่งที่สุดในประเทศไทยคือโรงงานที่ผลิตอิฐในจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีกรรมวิธีในการผลิตเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันต่อๆมา แต่เก็บเป็นความลับ ทำให้ความรู้ดังกล่าวเป็นที่รู้จักในวงการไม่กี่คนเท่านั้น และเมื่อเวลาผ่านไป โรงงานต่างๆหันไปพึ่งเครื่องจักรสมัยใหม่ ทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นขาดผู้สนใจสืบทอด ความรู้นั้นก็ค่อยๆเลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย

เมื่อนำมาเทียบกับภูมิปัญญาดั้งเดิมที่โรงงานแห่งนี้ใช้อยู่ ก็ต้องนับได้ว่าความรู้จากคนโบราณเป็นความชาญฉลาดอย่างยิ่ง ที่สามารถผลิตวัสดุที่มีคุณภาพดีทั้งมีความสวยงามด้วยธรรมชาติ ด้วยเนื้อแท้ของวัสดุ ทั้งเพิ่มคุณค่าขึ้นด้วยส่วนผสมที่นำมาคลุกเคล้ากับเนื้อดินทำให้เกิดสีสันและสัมผัสที่แตกต่างกันและสวยงามหลากหลายยิ่งขึ้น จึงมีการอนุรักษ์ความรู้เหล่านี้ไว้เคียงคู่ไปกับการวิจัยและพัฒนาตามแนวทางสมัยใหม่นับตั้งแต่เวลานั้น

เช่นเดียวกับการรักษาเตาเผาแบบโบราณซึ่งต้องใช้ฟืนเอาไว้ ณ ตำแหน่งเดิม เพื่อเป็นสิ่งที่ระลึกถึงความภาคภูมิใจในอดีต
 

เมื่อเป็นที่รู้จัก

 
ในพ.ศ. 2531 โรงงานได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ภายใต้ชื่อ บริษัท อ.ป.ก. ดาวคู่ (1988) จำกัด ผลิตสินค้าเพิ่มจากรายการที่มีอยู่เดิมขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก การผลิตในระยะแรกเริ่มต้นจากอิฐดินเผาก้อนใหญ่ และกระเบื้องดินเผาประเภทปูพื้นและมุงหลังคาไม่กี่ชนิด ต่อมาได้ขยายกิจการโดยได้พัฒนากรรมวิธีการผลิต มีการใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย ปรับปรุงสูตรดิน เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์มากขึ้น
 

จากดินสู่งานศิลป์

 
ในช่วงระหว่างพ.ศ. 2530-2540 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองถึงสูงสุดการท่องเที่ยวแจ่มใส มีการก่อสร้างเกิดขึ้นอย่างมากมายทั่วประเทศ โดยเฉพาะอาคารประเภทโรงแรมและรีสอร์ทซึ่งได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนทำให้วัดสุก่อสร้างแทบทุกประเภทเป็นที่ต้องการมากขึ้นไปด้วย

สินค้าระดับดีที่ต้องใช้ความชำนาญในการผลิต เพื่อให้ได้ภาพลักษณ์ที่โดดเด่น สะดุดตา หรือสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมเพื่อเพิ่มคุณค่าให้แก่อาคารอย่างเช่นกระเบื้องดินเผา ก็ได้มีการนำไปใช้กับอาคารต่างๆดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ชื่อเสียงของบริษัทฯ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เกิดขึ้นเมื่อมีการออกแบบก่อสร้างอาคารสหประชาชาติ บนถนนราชดำเนิน ในพ.ศ 2535 บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อสินค้าประเภทกระเบื้องมุงหลังคา เพื่อใช้กับอาคารสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินในเวลานั้น ผุู้ออกแบบได้ระบุความต้องการเรื่องสีและขนาดของกระเบื้องที่สั่งทำเป็นพิเศษในจำนวนถึงแสนกว่าตารางเมตร และบริษัทฯ ก็สามารถผลิตและส่งสินค้าให้ได้ตามต้องการ เป็นที่พอใจ และลูกค้าและทำให้ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมเรื่อยมานับตั้งแต่นั้น

นับว่าสินค้าของบริษัทฯ ได้ก้าวเข้ามาสู่ระดับแนวหน้าของประเทศเช่นเดียวกับโรงงานขนาดใหญ่อื่นๆ แบบก้าวกระโดดทีเดียว aa นอกจากนั้น บริษัทฯยังให้ความสำคัญกับวัสดุที่ใช้กับโบราณสถาน โดยได้ให้ความร่วมมือกับกรมศิลปากร ในการศึกษาวัสดุที่ใช้กับโบราณสถานในที่ต่างๆ และพยายามพัฒนาคุณภาพวัสดุที่ผลิตใหม่เพื่อซ่อมแซมให้เหมือนกับของเดิม

ผลจากการศึกษาและผลิตนั้นได้ทำให้อาคารอนุรักษ์หลายแห่งได้ร้บการซ่อมแซมด้วยวัสดุใหม่ แต่ยังคงรักษาลักษณะเดิมไว้ แต่เพิ่มความแข็งแกร่งทนทาน เพื่อทำให้อาคารเหล่านี้คงทนถาวรไปอีกเป็นร้อยปี
 

จากภูมิปัญญสู่นวัตกรรม

 
ในพ.ศ. 2540 บริษัทฯ ได้ตั้งแผนกศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Research and Development) ขึ้น เพื่อทำการศึกษาเกี่ยวกับสี ลวดลายและส่วนผสมที่นำมาใช้กับเนื้อดิน ให้มีความหลากหลายประเภทมากขึ้นตามความต้องการของตลาด หรือแนวทางที่น่าจะเป็นที่นิยมในอนาคต หรือตามความต้องการพิเศษของผู้ออกแบบเช่น อิฐก่อโชว์ อิฐช่องลม อิฐปูพื้น กระเบื้องดินเผาประดับผนัง ปูพื้น และมุงหลังคาชนิดต่าง ๆ พร้อมกันนั้น ได้เปลี่ยนระบบจากเตาเผาแบบโบราณเป็นเตาไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เผาในอุณหภูมิสูงถึง 1300 องศาเซลเซียสและเพิ่มกำลังผลิตขึ้นจากเดิมอีกหลายเท่าตัว

ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ขยายพื้นที่โรงงานออกไปรอบๆ จากพื้นที่เพียงไม่กี่ไร่และโรงงานผลิตไม่กี่หลัง เป็นพื้นที่ถึงหนึ่งร้อยไร่ มีอาคารที่เป็นโรงงานผลิตและโกดังเก็บของขนาดใหญ่ถึง 9 อาคาร เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ทันกับความต้องการ aa ถึงกระนั้น บริษัทฯ ยังยึดมั่นในหลักการที่มีอยู่เดิม คือการใช้ประสบการณ์ความชำนาญ และทักษะในกรรมวิธีการผลิตที่สั่งสมมากว่า 50 ปี ผลิตวัสดุที่มีคุณภาพตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจะมีการตรวจสอบคุณภาพของอิฐและกระเบื้องดินเผาทุกก้อน ทุกแผ่นให้ได้มาตรฐานทุกประการ ทั้งเรื่องสี ขนาด ความแข็งแกร่งทนทาน ก่อนการส่งมอบซึ่งจะส่งมอบตรงต่อเวลาเสมอ

เมื่อการส่งมอบเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการบริการหลังการขาย คือการแนะนำวิธีการบำรุงรักษาและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดเสียหาย และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดโรงงานก็สามารถหาสินค้าซ่อมแซมได้เนื่องจากมีการเก็บข้อมูลของอาคารต่างๆไว้เป็นอย่างดี หากมีปัญหาเกิดขึ้นก็ได้หาทางแก้ปัญหาให้แก่ลูกค้าตลอดมา

ณ เวลานี้ วัสดุที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี้มีจำนวนกว่าร้อยประเภท พันรายการ วัสดุเหล่านี้ล้วนเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ และความต้องการที่แปลกใหม่ของลูกค้า ที่หมั่นเสนอให้ผู้ผลิตทำการค้นคว้าและผลิตขึ้นมาให้ได้ตามต้องการ อาจกล่าวได้ว่าเป็นความสนุกและความท้าทาย สำหรับทั้งผู้ผลิตและลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านเจ้าของโครงการ สถาปนิก ผู้รับเหมาหรือช่างก่อสร้าง ซึ่งต่างก็ได้รับความพอใจเมื่อเห็นผลงานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ร่วมกันนี้ ปรากฏสู่สายตาสาธารณชน ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็นต่อๆมา เป็นต้นว่า กระเบื้องที่มีผิวสัมผัสนูนและมีลวดลายเหมือนงานประติมากรรมนูนต่ำ กระเบื้องสีโลหะหรือกระเบื้องสะท้อนแสง ซึ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ท่ามกลางการค้นคว้าและผลิตขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานได้จริง ตามคุณค่าการใช้งานแต่ละประเภท และจินตนาการของผู้ออกแบบ
 

จากใจผู้ผลิตสู่โลกสีเขียว

 
จากโรงงานเล็กๆ ก้าวขึ้นมาสู่ระดับประเทศ บริษัท อ.ป.ก. ดาวคู่ (1988) ยังคงยึดมั่นในแนวทางพัฒนาการผลิตสินค้า ควบคู่กับความทันสมัยของโลก โดยมิได้ละทิ้งความชาญฉลาดของบรรพบุรุษ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างงานศิลปะที่ทรงคุณค่า และพร้อมที่จะเปิดรับความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อนำมาปรับปรุงให้ผลิตภัณฑ์มีคุณค่าและประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น

ในขณะเดียวกันก็มีความพยายามในขบวนการผลิตที่สนับสนุนการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้วัตถุดิบซึ่งเกิดจากดิน หิน หรือทราย จากธรรมชาติแท้และการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะการก่อสร้างที่ยังใช้ระบบช่างแบบดั้งเดิม และเมื่อวัสดุหมดอายุก็กลับคืนสู่ดิน ไม่ทิ้งซากที่เป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้คือความสำคัญที่ผู้ผลิตได้เอาใจใส่และสังวรอยู่เสมอ เพื่อการก้าวไปกับโลกอย่างประสานสอดคล้องกัน

 
Profile APK Profile APK Profile APK Profile APK Profile APK
 
  Cosmopolitan Style
Facing & Texture Brick
Paver Brick
Paver Cement
 
Original Style
Facing & Texture Brick
Common Brick
Hollow Brick
Edging Brick
Refractory Brick / Fin
Natural Brick
Split Terracotta Tile
  Terracotta Tile
 
Glazing Tile
Silver Nano Tile
Colourful Tile
Earth Tone Tile
Standard Tile
Made to Order
Silver Series
Spot Series
Silver and Golden Series
Black Miga Terracotta Series
  Tropical Roof Tiles
Traditional Thai Style
Contemporary Thai Style
Colonail Style
Oriental Style
Variety and High Temp
Tailor Made
Cloudy Roof Tile Series
 
Accessories
Clay Roof Tile
Cement Roof Tile
  Floral Festival
Integrated Series
Proudly Collection
Optima Collection
Finely Tile Series
Terracotta
Laterite
 Black and White Decorative
Cement Tile
Pattern
Border


Copyright © 2011, A.P.K. DAWKOO (1988) Co.,Ltd. All rights reserved.
Sitemap